The “64 Days” Challenge

64-Day Challenge | Bio100 H2O The 64-Day Challenge นวัตกรรมดูแลความชุ่มชื้นสำหรับสวนในที่พักอาศัยใจกลางเมือง ✈️ เตรียมตัวเดินทางช่วงวันหยุดนี้? แจ้งความประสงค์รับแผน “City Pro” เพื่อดูแลต้นไม้ของคุณให้เติบโตอย่างสมบูรณ์แม้ไม่อยู่บ้าน ดูรายละเอียดความท้าทาย 64 วัน → เสียงตอบรับจากคนรักต้นไม้ในเมือง “ต้องเดินทางไปดูงานต่างจังหวัดบ่อยครั้ง กังวลเรื่องต้นยางนาอินเดียใบด่างที่บ้าน พอได้ลองใช้โพลีเมอร์ไบโอ หมดกังวลครับ ต้นไม้ยังดูสดเหมือนมีคนรดน้ำทุกวัน” — คุณสรวิก “อาศัยอยู่บนคอนโด เปิดแอร์ทั้งวัน อากาศค่อนข้างแห้ง การดูแลต้นไม้ให้ดูสวยยาก ลองโพลีเมอร์ช่วยได้จริง ต้มไม้ดูเขียวโดยไม่ต้องดูแลทุกวัน” — kanitt ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้: ต้นไม้7วัน ไม่ต้องรดน้ำรายวัน 🤔 มีคำถามก่อนเริ่มเดินทาง?

เอลนีโญ (El Niño) สร้างสถิติปีแห่งความแห้งแล้ง

El Nino สภาพความแห้งแล้ง เพราะปรากฎการณ์เอลนีโญ

ช่วงที่ผ่านมานี้ “ประเทศไทยเจอกับลานีญาติดต่อกัน 3 ปี” ทำให้ฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติต่อเนื่องมาจนถึงเดือน ก.พ. 2566 “สภาพอากาศเข้าสู่เส้นศูนย์สูตรเป็นค่าปกติ” ปริมาณฝนกลับมามีค่าเฉลี่ยปกติ หรือฝนตก น้อยกว่าปีที่แล้ว “แต่ก็ยังไม่เจอภัยแล้งที่น่ากังวลนัก” เพราะด้วยเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านลานีญา La Niña เข้าสู่เป็นเอลนีโญ El Niño The El Niño phenomenon is currently replacing the La Niña phenomenon, exacerbating the effects of global warming by causing warm ocean currents

ดื่มกาแฟแบบเป็นมิตรกับโลก

กาแฟ-ตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อน

เครื่องดื่มกาแฟ-ตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อน สำหรับพวกเราหลายคน กาแฟเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยให้เราทำงานได้ในตอนเช้าและให้พลังงานที่จำเป็นมากในระหว่างวัน แต่ในการวิจัยใหม่ เราเปิดเผยถึงผลกระทบที่คาเฟอีนที่เราโปรดปรานมีต่อโลกใบนี้ คาร์บอนที่เกิดจากกระบวนการผลิตกาแฟ น้ำหนักต่อน้ำหนัก กาแฟที่ผลิตด้วยวิธีการที่ยั่งยืนน้อยที่สุดจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากพอๆ กับชีสและมีปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพียงครึ่งหนึ่งของผู้กระทำผิดที่เลวร้ายที่สุดคนหนึ่ง นั่นคือ เนื้อวัว และนั่นคือทั้งหมดก่อนที่จะเติมนมซึ่งมีต้นทุนการค่าทำลายสิ่งแวดล้อม(โดยรวม)มากมายไม่แพ้กัน ปัจจุบันมีการผลิตกาแฟมากกว่า 9.5 พันล้านกิโลกรัมทั่วโลกในแต่ละปี โดยมีมูลค่าการค้ารวม 30.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และความต้องการกาแฟทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสามเท่าภายในปี 2593 ซึ่งย่อมส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อป่าไม้และแหล่งที่อยู่อาศัยอื่น ๆ ในเขตร้อนชื้น ทำให้เกษตรกรต้องมองหาที่ดินใหม่เพื่อทำการเพาะปลูก โชคดีที่มีวิธีการปลูกกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในการศึกษาของเรา เราคำนวณและเปรียบเทียบรอยเท้าคาร์บอนของกาแฟอาราบิก้าแบบดั้งเดิมและแบบยั่งยืน ซึ่งบาริสต้าใช้เมล็ดกาแฟในการผลิตเครื่องดื่มคุณภาพสูงจากผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกสองราย ได้แก่ บราซิลและเวียดนาม เราพบว่าการเปลี่ยนแปลงวิธีการปลูก ขนส่ง และบริโภคกาแฟสามารถลดการปล่อยคาร์บอนของพืชได้มากถึง 77% การคลายก๊าซคาร์บอนจากกาแฟสักแก้ว วิธีทำให้เป็นมิตรกับแวดล้อม การปลูกกาแฟอาราบิก้าหนึ่งกิโลกรัมในประเทศใดประเทศหนึ่งและส่งออกไปยังที่ต่างๆจะทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ากับคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 15.33 กิโลกรัม

ปัญหาโลกแตก Plastic หรือ Paper

paper is good for environment?

Plastic หรือ Paper กับการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ? ขยะพลาสติกล้นโลกยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วทุกประเทศต่างให้ความสำคัญ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราได้เห็นทั้งโครงการที่จะยกเลิก ลด และ แทนที่บรรจุภัณฑ์พลาสติกด้วย bio-degradable ต่าง ๆ น่าเสียดายที่ โควิด-19 ทำให้หลาย ๆ โครงการงดแจกถุงพลาสติกต้องถูกเลื่อนออกไป ด้วยเหตุผลทางด้านสุขภาวะอนามัย แต่ถึงกระนั้น เราก็ยังเห็นการพยายามลดการใช้พลาสติก เช่น การที่ร้านอาหารดังหลาย ๆ ร้านเปลี่ยนมาใช้ถุงกระดาษ หลอดกระดาษ รวมถึง Bio-plastic แทนถุงพลาสติก หลอดพลาสติก ผ่านบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปสำรวจว่าจริง ๆ แล้วการใช้วัสดุทดแทนพลาสติกเหล่านี้ ดีต่อโลกกว่า จริงหรือไม่? เพื่อที่จะเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของวัสดุต่าง ๆ

ปลูกกาแฟใต้ร่มเงา(ต้นไม้ใหญ่)ในป่า

การปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงา(ต้นไม้ใหญ่)ในป่า

การปลูกกาแฟภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาในสภาพป่าตามธรรมชาติ ส่งผลดีต่อเมล็ดกาแฟที่เก็บเกี่ยวผลเชอรี่ได้ เพราะกาแฟมักชอบร่มเงา และการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาจะไม่เป็นการทำลายที่ดินจากการได้รับแสงแดดมากเกินไป ทำให้ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในบริเวณโดยรอบ การปลูกกาแฟแบบใต้ร่มเงาของต้นไม้นานาพันธุ์เป็นการรวมเอาหลักการของนิเวศวิทยาธรรมชาติเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางนิเวศวิทยาตามธรรมชาติ การวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างความซับซ้อนของโครงสร้างของสวนกาแฟกับจำนวนชนิดที่พบ กล่าวโดยย่อ Shade Grown Coffee ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและไม่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ Shade Grown Coffee 1.ช่วยให้สายพันธ์พืชมีความหลากหลายมากขึ้น 2.ช่วยความหลากหลายของแมลงมีมากขึ้น 3.ช่วยให้นกทั้งพันธุ์พื้นเมืองและนกอพยพได้มีความหลากหลาย ตัวอย่างเช่น พบนก 84 สายพันธุ์ (รวมถึงนกอพยพ 46 สายพันธุ์) ในบริเวณ Shade Grown Coffee เมื่อเปรียบเทียบกับนกเพียง 6-12 สายพันธุ์ที่พบในบริเวณปลูกกาแฟโดยที่ไม่มีร่มเงา 4.ผึ้งหลายสายพันธุ์เพิ่มขึ้นในร่มที่มีไม้ดอกหลากหลายนอกเหนือจากกาแฟ 5.ช่วยปกป้องดิน ไม้พุ่มและพืชพันธุ์กลางชั้นในโพลีคัลเจอร์ที่มีร่มเงาช่วยลดการพังทลายของดินและทำให้ความลาดชันของภูเขามีเสถียรภาพ โดยทั่วไปแล้วความชื้นในดินในพื้นที่เพาะปลูกที่ไม่มีร่มเงาจะต่ำกว่าในพื้นที่ปลูกที่มีร่มเงาถึง 42%

การปลูกกาแฟแบบดั้งเดิมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

การปลูกกาแฟแบบดั้งเดิมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ในอดีต การปลูกกาแฟจะทำในร่มเงาของต้นไม้ภายในป่า (แบบวนเกษตร) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และแมลงทั้งหลาย ทฤษฎีนี้มักจะเป็นไปตามทฤษฎีแบบดั้งเดิม ในปัจจุบันเกษตรกรจำนวนมากได้เปลี่ยนไปใช้วิธีการปลูกต้นกาแฟแบบทันสมัย โดยการใช้แสงอาทิตย์ในการปลูกต้นกาแฟ ซึ่งต้นกาแฟจะถูกปลูกเรียงกันเป็นแถวอยู่ใต้แสงอาทิตย์โดยมีป่าร่มเงาเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย การปลูกแบบใหม่นี้ทำให้เมล็ดกาแฟสุกเร็วขึ้นและให้ผลผลิตมากขึ้น แต่การปลูกแบบดังกล่าวจำเป็นต้องตัดต้นไม้ ใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจำนวนมาก อีกด้านหนึ่ง การปลูกต้นกาแฟแบบดั้งเดิมจะทำให้เมล็ดกาแฟสุกช้ากว่าการปลูกต้นกาแฟแบบใหม่และให้ผลผลิตน้อยกว่า แต่จะให้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูงกว่า นอกเหนือจากนั้น ทฤษฎีดั้งเดิมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในกับสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก นักวิชาการทางด้านการปลูกกาแฟแบบใหม่กล่าวว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น การตัดไม้ทำลายป่า มลภาวะที่เกิดจากยาฆ่าแมลง การทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า การเสื่อมคุณภาพของดินและน้ำ ดังนั้นนักวิชาการพบว่าเราต้องใช้กาแฟเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ป่าได้ แทนที่จะปล่อยให้กาแฟกลายเป็นพืชกินป่าเช่นเดียวกับพืชเศรษฐกิจอื่นๆ กุญแจสำคัญอยู่ที่การย้อนกลับไปสู่วิถีการปลูกแบบดั้งเดิมและทำความเข้าใจ เป็นที่ทราบกันดีว่าสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกกาแฟก็คือภูมิอากาศแบบเขตร้อนตามแนวเส้นศูนย์สูตร ราวเส้นละติจูด 25 องศาเหนือลงมาถึงเส้นละติจูด 30 องศาใต้ ทุกวันนี้มีประเทศที่ปลูกกาแฟเชิงพาณิชย์กว่า 50 ประเทศทั่วโลกกระจายอยู่ตามเส้น Coffee Belt หรือ The Bean Belt –

รู้จักกับ Rainforest Alliance Certified

รู้จักกับ Rainforest Alliance Certified

ป่าฝน (Rain forest) คือป่าที่ได้รับปริมาณน้ำฝนมากมากกว่า 80 นิ้วในแต่ละปี ป่าฝนเป็นระบบประสาทส่วนกลางของโลกที่ประกอบด้วยระบบนิเวศอันเป็นเอกลักษณ์นับล้าน ซึ่งเป็นแหล่งวิวัฒนาการ ชีวิต และความหลากหลาย ป่าฝนเขตร้อนเป็นแหล่งรวมของความหลากหลายทางชีวภาพบนบกถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของโลก โดยทั้งหมดถูกบีบอัดเป็นแถบเส้นศูนย์สูตรแคบๆ และยังเป็นบ้านของมนุษย์หลายล้านคนที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าไม้มาเป็นเวลาหลายพันปี นับตั้งแต่เริ่มต้นของประวัติศาสตร์มนุษย์ต้องอาศัยป่าฝน โดยพบว่ามีไม้ พืช และสัตว์มากมาย รวมทั้งผลไม้ เส้นใย เมล็ดพืช ยารักษาโรค ผ้า และวัสดุอื่นๆ เมื่อเวลาผ่านไปนับพันปีและชุมชนมนุษย์จำนวนมากย้ายออกจากป่ามากขึ้น การพึ่งพาป่าของเราก็ไม่ลดน้อยลง ทุกวันนี้โลกอุตสาหกรรมส่วนใหญ่สัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงเพียงเล็กน้อยกับป่าฝน โดยอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่พลุกพล่านห่างไกลจากแหล่งพลังงานทางนิเวศที่อุดมสมบูรณ์เหล่านี้ โดยทำให้เราเราลืมไปว่าป่าไม้ช่วยรักษาแหล่งอาหารของเราทั่วโลกนำเสนอพืชผลใหม่ที่ต้านทานโรค เราลืมมูลค่าการค้าไม้หรือผลิตภัณฑ์จากป่าที่ไม่ใช่ไม้ และยาที่ได้จากป่ามูลค่ามากมายไป เราลืมสิ่งที่เกินค่าในที่สุด: วิถีชีวิตของชุมชนป่านับล้าน สภาพภูมิอากาศที่มั่นคงและน่าอยู่สำหรับเราทุกคน การดำรงอยู่ของเพื่อนสายพันธุ์ส่วนใหญ่และสิ่งธรรมดาที่เรามองข้าม เช่น ฝนปกติและอากาศบริสุทธิ์ ในประเทศเขตร้อนหลายประเทศกำลังพัฒนาและป่าไม้ถูกทำลายด้วยความหวังว่าจะสามารถรักษาอนาคตทางเศรษฐกิจได้